รูปแบบกราฟ - Double Top, Double Bottom, หัวและไหล่, สามเหลี่ยม และธง
รูปแบบกราฟแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มกลับตัว เช่น Double Top, Double Bottom และหัวและไหล่ กลุ่มไปต่อ เช่น สามเหลี่ยมและธง รูปแบบจะสมบูรณ์เมื่อราคาปิดทะลุเส้นคอ (neckline) หรือขอบรูปแบบ และเป้าหมายประมาณเท่ากับความสูงของรูปแบบ
รูปแบบกราฟคืออะไร
รูปแบบกราฟ (chart pattern) คือรูปทรงที่ราคาสร้างซ้ำๆ เพราะนักเทรดจำนวนมากมีปฏิกิริยาคล้ายกันที่แนวรับแนวต้านเดียวกัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม:
| กลุ่ม | รูปแบบ | บอกว่า |
|---|---|---|
| กลับตัว (reversal) | Double Top, Double Bottom, หัวและไหล่ | เทรนด์เดิมอาจจบ |
| ไปต่อ (continuation) | สามเหลี่ยม, ธง (flag) | พักตัว แล้วอาจไปทางเดิม |
Double Top และ Double Bottom
Double Top เกิดในขาขึ้น: ราคาขึ้นไปแตะแนวต้าน 2 ครั้งแต่ผ่านไม่ได้ จุดต่ำระหว่าง 2 ยอดเรียกว่า เส้นคอ (neckline)
ตัวอย่างการคิด:
- ยอดทั้งสองอยู่แถว 4,050 เส้นคออยู่ที่ 4,020 → ความสูง 30 ดอลลาร์
- ราคาปิดหลุด 4,020 → เป้าหมายประมาณ 4,020 − 30 = 3,990
- Stop Loss วางเหนือยอดที่สอง หรือเหนือจุดที่ราคากลับมาทดสอบเส้นคอ
Double Bottom ตรงข้ามกัน: เกิดในขาลง ราคาแตะแนวรับ 2 ครั้ง แล้วปิดทะลุเส้นคอขึ้นไป
หัวและไหล่ (Head and Shoulders)
มี 3 ยอด: ไหล่ซ้าย หัว (สูงสุด) และไหล่ขวา เมื่อราคาปิดหลุดเส้นคอ มักเป็นสัญญาณว่าขาขึ้นจบ วัดเป้าจากหัวถึงเส้นคอ แล้ววัดลงจากเส้นคอเท่ากัน แบบกลับหัว (Inverse) เกิดด้านล่างและบอกขาขึ้น
สามเหลี่ยมและธง
- สามเหลี่ยม (triangle): ราคาแกว่งแคบลงเรื่อยๆ จนทะลุออกทางใดทางหนึ่ง สามเหลี่ยมขาขึ้น (ด้านบนแบน ด้านล่างยกตัวขึ้น) มักทะลุขึ้น
- ธง (flag): ราคาวิ่งแรง (เสาธง) แล้วพักตัวเป็นกรอบเล็กๆ เอียงสวนทาง เมื่อทะลุกรอบมักไปต่อทางเดิม
กฎ 4 ข้อก่อนเทรดรูปแบบกราฟ
- รอให้รูปแบบสมบูรณ์ คือแท่งเทียนปิดทะลุเส้นคอหรือขอบรูปแบบ
- ดูว่าเกิดตรงไหน รูปแบบที่เกิดที่แนวรับแนวต้านใหญ่บน H4-D1 น่าเชื่อกว่า
- ระวังทะลุหลอก ตอนมีข่าวแรง
- วาง Stop Loss และคำนวณ lot ตามบท การคุมความเสี่ยง
บทต่อไป เรียน Fibonacci เพื่อหาจุดที่ราคามักย่อตัว
ถาม-ตอบท้ายบท
เห็น Double Top กำลังเกิด Sell ก่อนได้ไหม?
ไม่ควร หลายครั้งราคาไม่ลงแล้วทะลุขึ้นต่อ ให้รอแท่งเทียนปิดหลุดเส้นคอก่อน หรือรอราคากลับมาทดสอบเส้นคอ
รูปแบบกราฟแม่นยำ 100% ไหม?
ไม่มีรูปแบบไหนแม่น 100% มันแค่เพิ่มโอกาส จึงต้องวาง Stop Loss ทุกครั้ง และคุมความเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์